ในสมัยปัจจุบัน การดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนต่างมีการเปลี่ยนแปลงกันตลอดเวลา
สังคมชนบทสมัยก่อนมักป็นสังคมที่มีความเป็นอยู่แต่พอเพียง การดำรงชีวิตเพียงแค่ทำมาหากินใช้มีชีวิตกันอย่างครอบครัวใหญ่ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประกอบอาชีพ ทำสวน ทำนา ไม่คิดจะขายที่ทำมาหากิน(ที่นา) เพราะคนสมัยก่อนต้องการเก็บที่ทำมาหากินไว้ให้ลูกหลาน เหมือนแถวบ้านของข้าพเจ้าสมัยก่อนหน้าอยู่มาก มีการค้าขายกันทางน้ำ การสัญจรทางน้ำ เทศกาลทางศาสนาต่างๆชาวบ้านร่วมมือร่วมใจช่วยกันอย่างเต็มที่ หาปลา เลี้ยงสัตว์ เพื่อการดำรงชีวิต แต่ผิดกับสมัยปัจจุบันซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางวัตถุและเทคโนโลยี ความเป็นอยู่จึงเปลี่ยนไปเริ่มจากการขายที่นาเพื่อนำเงินไปซื้อเครื่องอำนวยความสะดวกสบาย การกู้หนี้ยืมสิน โดยชาวบ้านไม่สนใจว่าเมื่อขายที่ดินไปแล้วผู้ซื้อจะนำไปทำอะไร หมู่บ้านข้าพเจ้า นายทุนซื้อที่ดินไปเป็นท่าลงสินค้า(ท่าแร่) ทำให้เกิดมลพิษมีการเกิดการปนเปื้อนของแร่ในแม่น้ำ เกิดอุบัติเหตุบ่อยขึ้นเพราะความเห็นแก่ตัวของนายทุน ช่วงหน้าฝนนักเรียนไปโรงเรียนกันอย่างมอมแมมเพราะฝนตกถนนเปื้อน ซึ่งข้าพเจ้าแปลกใจมากทำไมเวลามีนักลงทุนมาลงทุนในหมู่บ้านไม่มีการทำประชามติก่อน เมื่อมีการร้องเรียนเรื่องกลับเงียบไม่รู้ว่าเรื่องหล่นหายตรงไหน และเมื่อมีการขายที่ดินเมื่อเงินหมดจึงต้องมีการย้ายที่ทำกินเข้าสู่เขตชุมชนเมือง ความอบอุ่นในครอบครัวเริ่มห่างหาย หมดไป ที่กล่าวมาเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายๆ อย่างท่ทำให้สังคมชนบทเกิดผลเสียอีกมากมาย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น